สรุปบทที่ 4 การกำหนดตัวแปรและสมมติฐานการวิจัย

登録は簡単!. 無料です
または 登録 あなたのEメールアドレスで登録
สรุปบทที่ 4 การกำหนดตัวแปรและสมมติฐานการวิจัย により Mind Map: สรุปบทที่ 4 การกำหนดตัวแปรและสมมติฐานการวิจัย

1. การกำหนดตัวแปร

1.1. ระดับการวัดตัวแปร

1.1.1. 1. มาตรานามบัญญัติ

1.1.1.1. เพื่อจัดกลุ่มหรือแยกประเภท

1.1.1.2. เป็นตัวเลข/สัญลักษณ์ แต่บอกไม่ได้ถึงปริมาณมากน้อย

1.1.2. 2. มาตราอันดับ

1.1.2.1. บอกลำดับ มาก/น้อยกว่ากัน สูง/ต่ำกว่ากัน ก่อน/หลัง

1.1.2.2. ไม่สามารถบอกได้ว่ามาก/น้อยกว่ากันเท่าไร

1.1.2.3. ไม่สามารถนำมา บวก ลบ คูณ หารได้ เช่น การศึกษา

1.1.3. 3. มาตราอันตรภาค

1.1.3.1. สามารถบอกถึงปริมาณความแตกต่างได้ ว่าต่างกันอยู่เท่าไร

1.1.3.2. บวกลบกันได้ แต่คูณ หาร กันไม่ได้เนื่องจากไม่มีจุดศูนย์แท้ เช่น อุณหภูมิ คะแนนสอบ

1.1.4. 4. มาตราอัตราส่วน

1.1.4.1. เป็นการวัดที่สมบูรณ์ที่สุด

1.1.4.2. บอกปริมาณความแตกต่างเป็นอัตราส่วนได้

1.1.4.3. สามารถ บวก ลบ คูณ หารกันได้

1.2. ลักษณะของตัวแปร

1.2.1. ตัวแปรรูปธรรม (Concept) เห็นชัดเจนวัดได้ เช่น

1.2.1.1. ระดับการศึกษา

1.2.1.2. เชื้อชาติ

1.2.1.3. เพศ

1.2.1.4. อายุ

1.2.1.5. ความสูง

1.2.1.6. อาชีพ

1.2.2. ตัวแปรนามธรรม (Construct) ลักษณะเฉพาะตัวบุคคล เช่น

1.2.2.1. ความวิตกกังวล

1.2.2.2. แรงจูงใจ

1.2.2.3. ความเป็นผู้นา

1.2.2.4. ทัศนคติ

1.2.2.5. ความเกรงใจ

1.3. ชนิดของตัวแปร (Types of Variables)

1.3.1. 1. ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ (Independent Variable)

1.3.1.1. เป็นตัวแปรที่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดผล

1.3.1.2. เป็นตัวแปรที่ต้องการศึกษา ได้จากการศึกษาข้อมูล ทฤษฎี

1.3.2. 2. ตัวแปรตาม (Dependent Variable)

1.3.2.1. เป็นตัวแปรที่เป็นผลของตัวแปรอิสระ

1.3.2.2. เป็นคำตอบของปัญหา

1.3.3. 3.ตัวแปรแทรกซ้อนหรือตัวแปรเกิน (Extraneous Variables)

1.3.3.1. เป็นตัวแปรที่ไม่ต้องการศึกษา คาดการณ์ล่วงหน้าได้

1.3.3.2. ส่งผลรบกวน ตัวแปรอิสระที่ศึกษาทำให้ผลคลาดเคลื่อนไปได้

1.3.3.3. ต้องทำการควบคุม

1.3.4. 4. ตัวแปรสอดแทรก (Intervening Variable)

1.3.4.1. ตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อตัวแปรตาม

1.3.4.2. ไม่สามารถควบคุมได้

1.4. การนิยามตัวแปร

1.4.1. 1. การนิยามเชิงทฤษฎี (Conceptual definition) เป็นการอธิบายกว้างๆ ตามทฤษฎี หลักการ แนวคิด หรือตามพจนานุกรม

1.4.2. 2. การนิยามลักษณะปฏิบัติการ (Operational definition) เป็นการอธิบายว่าตัวแปร หมายถึงอะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้างและวัดได้อย่างไร

2. การกำหนดขอบเขตการวิจัย

2.1. ขอบเขตการวิจัย (Delimitation) หมายถึง

2.1.1. การจำกัดหรือกำหนดขอบเขตให้แก่การวิจัย

2.2. ขอบเขตการวิจัยประกอบด้วย

2.2.1. 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

2.2.2. 2. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา

2.2.3. 3. ขอบเขตที่เกี่ยวกับเวลา

2.2.4. 4. ขอบเขตที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ศึกษา

3. การกำหนดสมมติฐานการวิจัย

3.1. สมมติฐานการวิจัย (hypothesis) คือ

3.1.1. คำตอบที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างสมเหตุสมผลต่อปัญหาที่ศึกษา/การเดาที่ใช้หลักเหตุผลใช้ปัญญา

3.2. ลักษณะของสมมติฐานการวิจัย

3.2.1. เป็นข้อความที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่ 2ตัวขึ้นไป

3.2.2. สามารถทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปรได้และส่วนใหญ่ต้องอาศัยวิธีการทางสถิติ

3.3. ประเภทของสมมติฐานการวิจัย

3.3.1. 1. สมมติฐานทางวิจัย (Research hypothesis) เขียนในรูปของข้อความที่ใช้ภาษา ปรากฏอยู่ในรายงานการิจัย

3.3.2. 2. สมมติฐานทางสถิติ (Statistical hypothesis) ใช้สัญลักษณ์มาเขียนแทนความสัมพันธ์

3.4. ประโยชน์ของสมมติฐาน

3.4.1. 1. บอกขอบเขตของปัญหา

3.4.2. 2. ชี้แนวทางในการวางแผนการวิจัย

3.4.3. 3. นักวิจัยมีความคิดแจ่มแจ้งในเรื่องที่ทำการวิจัย

3.4.4. 4. แนวทางในการลงสรุป

3.5. เทคนิคการเขียนสมมติฐานทางวิจัย

3.5.1. 1. สมมติฐานแบบมีทิศทาง (directional hypothesis) ระบุได้แน่นอนถึงทิศทางของความสัมพันธ์ของตัวแปร

3.5.2. 2. สมมุติฐานแบบไม่มีทิศทาง (Non-directional hypothesis) เขียนโดยไม่ได้ระบุทิศทางของความสัมพันธ์ของตัวแปร/ทิศทางของความแตกต่าง

3.6. แหล่งที่มาของสมมติฐานการวิจัย

3.6.1. 1. การทบทวนวรรณกรรม

3.6.2. 2. การสนทนากับผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ

3.6.3. 3. ประสบการณ์เบื้องต้นของผู้วิจัย

3.6.4. 4. การได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับปัญหาที่จะศึกษากับบุคคลอื่นๆ

3.6.5. 5. การสังเกตพฤติกรรม

3.7. ลักษณะของสมมติฐานที่ดี

3.7.1. 1. สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย

3.7.2. 2. อธิบาย/ตอบคำถามได้

3.7.3. 3. ตอบคำถามเพียงข้อเดียว/ประเด็นเดียว

3.7.4. 4. สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริง

3.7.5. 5. ต้องสมเหตุสมผลตามทฤษฎีและความรู้พื้นฐาน

3.7.6. 6. เขียนด้วยถ้อยคำที่อ่านเข้าใจง่ายและมีความชัดเจน

3.7.7. 7. สามารถตรวจสอบได้

3.7.8. 8. มีขอบเขตพอเหมาะไม่แคบ/กว้างไป

3.7.9. 9. มีอำนาจในการพยากรณ์