ความหมาย บริหาร บริหารการศึกษา ระบบและความสัมพันธ์ ทฤษฎี

ความหมายและความสัมพันธ์ทฤษฎีการบริหารการศึกษา

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
ความหมาย บริหาร บริหารการศึกษา ระบบและความสัมพันธ์ ทฤษฎี by Mind Map: ความหมาย บริหาร บริหารการศึกษา ระบบและความสัมพันธ์ ทฤษฎี

1. ความสัมพันธ์

1.1. ทฤษฎี วิจัย และการปฏิบัติ มีความสัมพันธ์แบบพลวัตร (dynamic) แต่ละความสัมพันธ์มีผลกระทบซึ่งกันและกัน (reciprocal)

1.1.1. ภาพความสัมพันธ์ ระหว่าง ทฤษฎี วิจัย และการปฏิบัติ ทฤษฎีจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสำหรับการวิจัย และการชี้แนะที่มีเหตุผลต่อการปฏิบัติ วางกรอบความคิดแก่ผู้ปฏิบัติ ทฤษฎีจะถูกทดสอบขัดเกลาโดยการวิจัย และต้องสังเคราะห์ทฤษฎีเป็นกระบวนการที่แปลรูปการปฏิบัติให้สัมพันธ์กับการวิจัย เมื่อทฤษฎีผ่านการวิจัยแล้ว จึงนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติ ทฤษฎีช่วยชี้แนะการตัดสินใจ นำทางไปสู่การพัฒนาและงานวิจัย การวิจัย การพัฒนาและทฤษฎีต้องกระทำควบคู่กันไป พัฒนาซึ่งกันและกัน

2. บริหารการศึกษา

2.1. กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลหลายคนร่วมกันดำเนินการ เพื่อพัฒนาสมาชิกของสังคม ให้มีค่านิยมตรงกันกับความต้องการของสังคม โดยอาศัยกระบวนการต่างๆ ทรัพยากร ตลอดจนเทคนิคต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้บุคคลพัฒนาไปตรงตามเป้าหมาย

3. บริหาร Administration

3.1. หรืออีกคำหนึ่ง คือ การจัดการ (management)

3.2. กิจกรรมที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมมือกันดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง (Herbert A. Simon)

3.3. ปกครอง, ดำเนินการ, จัดการ

3.4. ศิลปะในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายร่วมกับผู้อื่น (Peter F. Drucker)

3.5. Sciences and Art ศาสตร์และศิลป์

3.5.1. Science ศาสตร์

3.5.1.1. มีการจัดการเป็นระบบ

3.5.1.2. มีหลักเกณฑ์และทฤษฎีที่พึ่งเชื่อถือได้ เกิดจากการค้นคว้าวิทยาศาสตร์

3.5.2. Art ศิลป์

3.5.2.1. จิตวิทยา สังคมวิทยา การสื่อสาร (การสื่อสารกับผู้คน เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง)

3.5.2.2. นำความรู้ทางทฤษฎี ประสบการณ์และทักษะของส่วนบุคคนมาประยุกต์ใช้ เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้ได้ผลตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

4. ทฤษฎี Theory

4.1. กลุ่มความสัมพันธ์ของแนวคิด (concepts) ข้อตกลงเบื้องต้น (assumptions) และหลักการทั่วไป (generalizations) ที่ใช้อธิบาย ปรากฏการณ์ และชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ โดย มุ่งที่จะอธิายหรือทํานายปรากฏการณ์นั้น

4.2. แนวความคิดหรือความเชื่อที่เกิดขึ้นอย่างมีหลักเกณฑ์ มีการทดสอบ มีเหตุและผล การสังเกต จนเป็นที่แน่ใจ สามารถนำไปประยุกต์และปฏิบัติได้

4.3. ทฤษฎีมีบทบาทในการให้คำอธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทั่วไปและชี้แนะการวิจัย

4.4. ทำไมต้องเรียนรู้ทฤษฎี

4.4.1. มีความน่าเชื่อถือ

4.4.1.1. ถูกพิสูจน์มาเรื่อยๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจุบัน

4.4.1.2. ต้องได้รับการพิสูจน์โดยใช้ กระบวนการวิจัย

4.4.2. เป็นหลักการทางวิชาการที่ได้ คือข้อสรุปมาจากการค้น คว้าทดลอง เป็นต้น เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ ปรากฏการณ์ หรือ ข้อมูล ใน ภาคปฏิบัติ

4.4.2.1. ใช้วิทยาศาสตร์ ทดลอง และพิสูจน์

4.4.2.1.1. มีข้อสรุปมาจากการค้นคว้า

4.4.2.1.2. กลุ่มความสัมพันธ์ของแนวคิด(Concept) ซึ่งเกิดปรากฏการณ์ (Phenomenon)

4.4.3. ทฤษฎีช่วยสร้างกรอบแนวคิดในการทําความเข้า ใจ ทำนาย และ ควบคุมพฤติกรรมในองค์กรได้

4.4.4. ประสบการณ์ไม่เพียงพอต่อการบริหารงาน

4.4.4.1. ทฤษฎีช่วยให้แนวทางวิเคราะห์ ผลที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติ ผู้บริหารที่มีประสบการณ์สูง ก็จะสามารถนำทางเลือกมาพิจารณา ตัดสินใจ ให้อาศัยทฤษฎีการบริหารมาประยุกต์ ใช้ประกอบเหตุผล ในการตัดสินใจ และวินิจฉัยสั่งการ

4.4.5. (มองเห็น) ทฤษฎีช่วยให้นักวิจัยรู้มองเห็นประเด็นปัญหาวิจัย

4.4.6. ทฤษฎีช่วยนําทาง (guide) การปฏิบัติ

4.4.7. ทฤษฎีช่วยนําทางการวิจัย

4.4.8. จำเป็นต่อการนำไปปฏิบัติ

5. ระบบ system

5.1. กลุ่ม ของสิ่งซึ่งมีลักษณะ ประสานเข้า เป็นสิ่งเดียวกัน ตาม หลัก แห่งความสัมพันธ์ 􏰀ที่สอดคล้อง กันด้วยระเบียบของธรรมชาติหรือ หลัก เหตุผลทางวิชาการ เช่น ระบบ ประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบจักรวาล ระบบสังคม ระบบ การบริหารประเทศ

5.2. ระบบการศึกษา

5.2.1. โครงสร้างของการศึกษาที่มี องค์ประกอบ ช่น ระดับชั้นและขั้นตอนของการศึกษา ประเภทของ การศึกษา และกระบวนการเรียนการสอน

5.2.1.1. ระบบการศึกษาไทย

5.2.1.1.1. การศึกษาขั้นพื้นฐาน (ภาคบังคับ 9 ปี)

5.2.1.1.2. การศึกษาตลอดชีวิต

5.2.2. การศึกษา

5.2.2.1. การถ่ายทอดความรู้

5.2.2.2. กระบวนการเรียนรู้ เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคล

5.2.2.3. เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

5.2.2.4. การฝึกฝน