Coronavirus / Covid-19

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
Coronavirus / Covid-19 by Mind Map: Coronavirus / Covid-19

1. ที่มาของชื่อ

1.1. องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศชื่อที่เป็นทางการสำหรับใช้เรียกโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่า "โควิด-ไนน์ทีน" (Covid-19) โดยชื่อนี้มาจากคำย่อในภาษาอังกฤษของคำว่าโคโรนา ไวรัส และดีซีส (Disease) ที่แปลว่าโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งเลข 19 ซึ่งแสดงถึงปีที่มีรายงานการแพร่ระบาดครั้งแรก

2. การอุบัติ

2.1. เส้นทางของเชื้อนี้มีอยู่ในค้างคาว แล้วงูกินค้างคาวก็ได้รับเชื้อต่อ เป็นพาหะ และเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน มีตลาดขายสัตว์แปลกเป็นอาหาร (ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรค) เมื่อคนกินเชื้อนั้นก็ถ่ายทอดเข้าสู่มนุษย์ https://www.bbc.com/thai/thailand-51089461

2.2. ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาด คือ สายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/27768

3. 5 ลักษณะที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

3.1. 1. มีไข้ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป รวมกับอาการอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ หายใจเร็ว หายใจลำบาก

3.2. 2. มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่โควิด-19 ระบาด

3.3. 3. มีประวัติใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่โควิด-19 ระบาด

3.4. 4. มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้ป่วย โควิด-19

3.5. 5. มีอาชีพที่ต้องพบชาวต่างชาติ และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วย

4. การป้องกันด้วยตนเอง

4.1. 1.ใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐานตลอดเวลา

4.2. 2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสลูกบิดประตู ATM ราวบันได ปุ่มลิฟต์ หรืออื่น ๆ

4.3. 3.หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเป็นเวลานาน

4.4. 4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือหรือร่างกายของบุคคล

4.5. 5.หมั่นล้างมือด้วยสบู่และแฮลกอฮอล์อยู่เสมอ

4.6. 6.งดใช้มือสัมผัสใบหน้าหรือขยี้ตา

4.7. 7.ห้ามใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

4.8. 8.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกประเทศชั่วคราว

4.9. 9.งดการสัมผัสสัตว์ที่ป่วยหรือตาย

4.10. 10. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุกเท่านั้น และออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ

5. อาการแบบวันต่อวัน

5.1. ลำดับอาการของผู้ป่วย Covid-19 ตามข้อมูลของ The Johns Hopkins researchers ประเทศสหรัฐอเมริกา ศูนย์ควบคุมโรคระบาดประเทศจีน มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น และกระทรวงสาธารณสุขไทย

5.1.1. ช่วง 1-4 วันแรก เราจะเริ่มมีไข้เล็กน้อย อุณหภูมิในร่างกาย 36.5 องศาเซลเซียส มีอาการเหนื่อย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอแห้งๆ เริ่มเจ็บคอ ท้องเสีย คลื่นไส้ ประมาณ 1-2 วัน

5.1.2. วันที่ 5-6 วัน จะเริ่มมีไข้สูงขึ้นถึง 38 องศาฯ หายใจลำบาก โดยเฉพาะคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

5.1.3. วันที่ 7 อาการจะเริ่มทรุดหนัก ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล

5.1.4. วันที่ 8 จะมีอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน เนื่องจากเชื้อเข้าสู่ปอด ทำให้ปอดทำงานแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้น้อยลง

5.1.5. วันที่ 9-10 คนไข้จะมีอาการหนักขึ้นมาก อาจต้องเข้า ICU กรณีรุนแรงจะกินอะไรไม่ได้เลย

5.1.6. วันที่ 11-17 หากผู้ป่วยอยู่ในมือแพทย์และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว และมีการตอบสนองอย่างดี ผู้ป่วยก็จะค่อยๆ ฟื้นตัว แต่หากร่างกายไม่ตอบสนองอาการ ก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ครับ

6. การรักษา

6.1. ปัจจุบัน โรงพยาบาลทั่วโลก ใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงอาการของโรคโควิด-19 เช่น ยาฆ่าเชื้อ, ยาลดไข้ ตามอาการของโรค ยกเว้นบางประเทศที่กำลังคิดค้นหรือพัฒนายาที่รักษาโควิด-19 ได้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนก็มีอาการแทรกซ้อนไม่เหมือนกัน https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1799568

7. มาตรการ 6 ด้านเพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19

7.1. 1.มาตรการด้านสาธารณสุข “ไม่มีการปิดเมือง หรือปิดประเทศ (การห้ามเข้า-ออก)”

7.1.1. 1.ชาวต่างชาติที่เดินทางจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย (4 ประเทศ + 2 เขตปกครองพิเศษ) 2.ชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง (ยังไม่ประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย)

7.1.1.1. - ขาเข้าต้องมีใบรับรองแพทย์อายุไม่เกิน 3 วัน- ต้องมีประกันสุขภาพ- มีที่พํานักที่สามารถติดต่อได้ในประเทศไทย- ยินยอมใช้ Application ติดตามของรัฐ- มาตรการนี้ใช้กับการเข้าเมืองทุกทาง ทั้งทางบก-น้ำ-อากาศ- มาตรการกักกันของรัฐ ถูกคุมไว้สังเกตอาการ 14 วัน

7.1.2. 3. ห้ามข้าราชการ พนักงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจําเป็น และเตือนประชาชนให้งดการเดินทางไปในประเทศซึ่ง เป็นพื้นที่เขตติดโรคติดต่ออันตราย และพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง

7.2. 2.ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน :“เร่งผลิตในประเทศและจัดหาจากต่างประเทศให้เพียงพอกับความต้องการ”

7.2.1. เร่งผลิตหน้ากากอนามัย หน้ากากอนามัยผ้า

7.2.2. ตรวจสอบการขาย Online การกักตุน และการระบายของสินค้า

7.3. 3. ด้านข้อมูล : การสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ของรัฐบาลมาจาก 2 แหล่ง

7.3.1. 1. กระทรวงสาธารณสุข เป็นการแถลงเฉพาะด้านข้อมูลทางการแพทย์ การสาธารณสุข

7.3.2. 2.ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 เป็นการแถลงภาพรวมในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง

7.4. 4. ด้านต่างประเทศ

7.4.1. การจัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลคนไทยในต่างประเทศ - ให้ กต. ใช้ประโยชน์จาก TEAM THAILAND ในต่างประเทศ เพื่อเป็นทีมเฉพาะกิจ (Team Thailand COVID-19) ดูแลคนไทยในต่างประเทศ โดยมีท่านทูตเป็นหัวหน้าทีม

7.5. 5. ด้านมาตรการป้องกัน “ลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในสถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงสูง”

7.5.1. ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น เช่น สนามมวย สนามกีฬา สนามม้า ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพ

7.6. 6. มาตรการช่วยเหลือเยียวยา

7.6.1. กลุ่มธุรกิจ โรงงาน สถานประกอบการ โรงแรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านการท่องเที่ยว

7.6.2. กลุ่มประชาชนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

8. ระยะการแพร่ระบาด 3 ระยะ

8.1. ระยะที่ 1 พบผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ

8.2. ระยะที่ 2 มีการติดเชื้อในประเทศ ในวงจำกัด และคนภายในประเทศติดเชื้อจากผู้ที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ

8.3. ระยะที่ 3 มีการแพร่ระบาดในประเทศ ซึ่งคนภายในประเทศติดเชื้อจากคนภายในประเทศกันเอง และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

9. การไปโรงพยาบาลโดยไม่มีความจำเป็น จะเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้อจากโรงพยาบาล

9.1. โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422