ห้องสมุดและทรัพยากรสารสนเทศ

Get Started. It's Free
or sign up with your email address
ห้องสมุดและทรัพยากรสารสนเทศ by Mind Map: ห้องสมุดและทรัพยากรสารสนเทศ

1. ระดับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์

1.1. ด้านร่างกาย

1.1.1. อาหาร

1.1.2. เครื่องนุ่งห่ม

1.1.3. ที่อยู่อาศัย

1.1.4. ยารักษาโรค

1.2. ด้านอารมณ์

1.2.1. อำนาจ

1.2.2. ความมั่นคง

1.2.3. ความสำเร็จ

1.2.4. การยอมรับ

1.3. ด้านปัญญา

1.3.1. การวางแผน

1.3.1.1. การเรียนรู้

2. ด้านการคมนาคม

3. ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา

3.1. ประโยชน์ของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา

3.1.1. ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

3.1.2. ช่วยลดเวลาในการสอน

3.1.3. ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม

3.1.4. ช่วยให้บทเรียนน่าสนใจ

3.1.5. ช่วยให้บรรยากาศการเรียนรู้สนุกสนาน

3.1.6. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

3.2. ประโยชน์ของเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้เรียน

3.2.1. ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสใช้ความสามารถของตัวเองในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

3.2.2. ทำให้กระบวนการเรียนรู้ง่ายขึ้น

3.2.3. ผู้เรียนมีอิสระในการเลือก

3.2.4. ทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3.2.5. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ในทุกเวลามุกสถานที่

4. ห้องสมุด

4.1. ความหมายของสมุด

4.1.1. คือ สถานที่รวบรวมความรู้ ให้บริการสารสนเทศทั้งในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ตีพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการคัดเลือกเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการ

4.2. ความสำคัญของห้องสมุด

4.2.1. ช่วยให้ผู้ใช้บริการห้องสมุดมีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ

4.2.2. แหล่งสารสนเทศที่ช่วยสร้างนิสัยรักการอ่าน

4.2.3. สนับสนุนการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

4.2.4. สถานที่เก็บรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและให้ความเพลิดเพลิน

4.3. บทบาทของห้องสมุด

4.3.1. ด้านการศึกษา

4.3.1.1. เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ : แต่ละคนมีความต้องการหรือความถนัดแตกต่างกัน

4.3.1.2. มีบทบาทตอบสนองแนวทางการจักการเรียนการศึกษา

4.3.1.3. ผู้เรียนจำเป็นต้องศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองเพิ่มเติม

4.3.2. ด้านวัฒธรรม

4.3.2.1. ศูนย์รวมและรักษาวัฒนธรรม

4.3.2.2. มีบทบาทควบคู่กับอารยธรรมของมนุษย์ชาติ

4.3.3. ด้านเศรษฐกิจ

4.3.3.1. สิ่งจำเป็นสำหรับห้องสมุดในการที่เก็บหนังสือ สิ่งพิมพ์ วัสดุต่างๆ

4.3.3.2. ช่วยสร้างงานและให้มีความรู้

4.3.3.3. พัฒนาความสามารถอาชีพการงาน

4.3.4. ด้านการเมืองการปกครอง

4.3.4.1. ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในระบอบการปกครอง

4.3.4.2. เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

4.4. วัตถุประสงค์ของห้องสมุด

4.4.1. เพื่อการศึกษา (Education)

4.4.2. เพื่อความรู้ข่าวสารที่ทันสมัยหรือสารนิเทศ (Information)

4.4.3. เพื่อเพิ่มแรงบรรดาลใจ หรือความสุขทางใจ (Inspiration)

4.4.4. เพื่อการค้นคว้าวิจัย (Research)

4.4.5. เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ (Recreation)

4.5. องค์ประกอบของห้องสมุด

4.5.1. ผู้บริหาร

4.5.1.1. มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการดำเนินงาน

4.5.2. อาคารและสถานที่

4.5.2.1. มีสถานที่เพียงพอในการเก็บหนังสือและโสตทัศน์

4.5.3. ครุภัณฑ์

4.5.3.1. สิ่งจำเป็นสำหรับห้องสมุดในการที่จะเก็บหนังสือ สิ่งพิมพ์ วัสดุต่างๆ

4.5.4. วัสดุสารนิเทศ

4.5.4.1. จำเป็นต้องมีหนังสือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ และโสตทัศน์วัสดุ

4.5.5. บุคลากร

4.5.5.1. บรรณารักษ์ : มีความรู้ความวิชาบรรณารักษศาสตร์

4.5.6. เงินอุดหนุน

4.5.6.1. ปัจัยสำคัญในการจัดหาวัสดุสารนิเทศ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์

4.6. ประเภทของห้องสมุด

4.6.1. ห้องสมุดแห่งชาติ (National Library)

4.6.2. ห้องสมุดวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย (College and University Library

4.6.3. ห้องสมุดโรงเรียน (School Library)

4.6.4. ห้องสมุดประชาชน (Public Library)

4.6.5. ห้องสมุดเฉพาะ (Special Library)

4.7. บริการห้องสมุด

4.7.1. บริการการอ่าน

4.7.2. บริการให้ยืม-คืน

4.7.3. บริการทำดัชนี

4.7.4. บริการด้านจัดทำบรรณานุกรม

4.7.5. บริการสารสนเทศ

4.7.6. บริการหนังสือสำรอง

4.7.7. บริการถ่ายเอกสาร

4.7.8. บริการห้องการเรียนรู้

4.7.9. บริการเอกสารสารสนเทศ

4.7.10. บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด

4.7.11. บริการเผยแพร่สาระสังเขป

4.7.12. จัดแสดงนิทรรศการหนังสือ

4.8. กิจกรรมห้องสมุด

4.8.1. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

4.8.2. กิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องห้องสมุด

4.8.3. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนการสอน

4.8.4. กิจกรรมส่งเสริมความรู้ทั่วไป

4.8.5. กิจกรรมส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

5. ประวัติของห้องสมุด

5.1. ประวัติห้องสมุดในต่างประเทศ

5.1.1. ห้องสมุดสมัยโบราณ

5.1.1.1. อารยธรรมสุเมเรียน

5.1.1.2. อารยธรรมบาบิโลเนียน

5.1.1.3. อารยธรรมอัสซีเรียน

5.1.1.4. อารยธรรมอียิปต์

5.1.1.5. อารยธรรมกรีก

5.1.1.6. อารยธรรมโรมัน

5.1.2. ห้องสมุดสมัยกลาง

5.1.2.1. ยุคมืด : ภัยสงคราม ไข้ทรพิษระบาด

5.1.2.2. ห้องสมุดตามเมืองใหญ่

5.1.2.2.1. ห้องสมุดแอบเบย์ ของชังกัลป์

5.1.2.2.2. ห้องสมุด เมืองฟลอเรนซ์

5.1.2.2.3. ห้องสมุดวัด กรุงโรม

5.1.2.3. ใช้หนังสัตว์ กระดาษปาปิรัส เป็นวัสดุในการบันทึก

5.1.3. ห้องสมุดสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา

5.1.3.1. ศตวรรษที่ 15

5.1.3.1.1. รวบรวมต้นฉบับจำนวนมากไว้ที่ "นครวาติกัน"

5.1.3.2. ศตวรรษที่ 16

5.1.3.2.1. แท่นพิมพ์กูเตนเบิร์ก ทำให้ผลิตหนังสือได้มาก

5.1.3.3. ศตวรรษที่ 17

5.1.3.3.1. การศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างมีแบบแผน จัดตั้งห้องสมุดมหาวิทยาลัย

5.1.3.4. ศตวรรษที่ 18

5.1.3.4.1. ระบบจัดหมวดหนังสือแบ่งออกเป็น 5 ประเภท

5.1.3.5. ศตวรรษที่ 19

5.1.3.5.1. จัดตั้งหอสมุดรัฐสภาอเมริกา ศึกษาวิชาบรรณารักษ์ (มหาวิทยาลัยโคลัมเบียร์)

5.1.4. ห้องสมุดสมัยใหม่

5.1.4.1. ศตวรรษที่ 20

5.1.4.2. การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย

5.1.4.3. วัสดุไม่ตีพิมพ์ ประเภทโสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ

5.1.4.4. นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในห้องสมุด

5.1.4.5. พระราชบัญญัติ

5.2. ประวัติห้องสมุดในประเทศไทย

5.2.1. ห้องสมุดสมัยสุโขทัย

5.2.1.1. พ่อขุนรามคำแหง ทรงประดิษฐ์อักษรไทย

5.2.1.2. จารึกเรื่องราวต่างๆลงบนแผ่นหินหรือเสาหิน

5.2.1.3. หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงถือเป็นหนังสือเล่มแรกของไทย

5.2.1.4. หอไตร เก็บหนังสือทางพุทธศาสนา

5.2.2. ห้องสมุดสมัยกรุงศรีอยุธยา

5.2.2.1. สร้างหอหลวง เพื่อเก็บหนังสือราชการ

5.2.3. ห้องสมุดสมัยกรุงธนบุรี

5.2.3.1. พระเจ้าตากสินได้โปรดให้ขอยืมพระไตรปิฏกจากเมืองนครศรีธรรมราช

5.2.3.2. สร้างหอพระไตรปิฏกหลวง หรือ "หอหลวง"

5.2.4. ห้องสมุดสมัยรัตนโกสินทร์

5.2.4.1. รัชกาลที่ ๑

5.2.4.1.1. โปรดเกล้าฯให้สร้างหอพระมณเฑียร เพื่อเก็บพระไตรปิฏกหลวง

5.2.4.2. รัชกาลที่ ๓

5.2.4.2.1. โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

5.2.4.2.2. รูปปั้นฤาษีดัดตน ตำรับการนวดและตำรายาไทย

5.2.4.3. รัชกาลที่ ๕

5.2.4.3.1. หอพระสมุดวชิรญาณ

5.2.4.3.2. หอพุทธศาสนสังคหะ

5.2.4.3.3. หอสมุดสำหรับพระนคร

5.2.4.4. รัชกาลที่ ๖

5.2.4.4.1. หอจดหมายเหตุ

5.2.4.5. รัชกาลที่ ๗

5.2.4.5.1. หอสมุดแห่งชาติ

6. ทรัพยากรสารสนเทศ

6.1. ความหมายของสารสนเทศ

6.1.1. ศตวรรษที่ 21 "ยุคสารสนเทศ" หรือ "Information Age"

6.1.1.1. กระบวนการทางปัญญา

6.1.2. เกี่ยวข้องกับความรู้

6.1.2.1. การค้นหา การประเมิน

6.1.2.2. การใช้สารสนเทศ การสื่อสาร

6.1.3. ข้อมูล (Data)

6.1.3.1. ข้อเท็จจริงที่เป็นนามธรรม รูปธรรม มีความหมาย มีคุณค่า

6.1.4. ข่าวสาร (News)

6.1.4.1. เรื่องราว เหตุการณ์ ข้อมูลที่บ่งบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

6.1.5. สารสนเทศ (Information)

6.1.5.1. ข้อมูล ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ที่ถูกรวบรวม

6.1.5.2. เพื่อให้เกิดความเข้าใจ สามารถสื่อความหมาย ระหว่าง ผู้สื่อ - ผู้รับ

6.2. ความหมายของทรัพยากรสารสนเทศ

6.2.1. คือ "วัสดุที่ใช้บันทึกข้อมูล ข่าวสารข้อเท็จจริง ตลอดจนความรู้ซึ่งได้มีการบันทึกไว้ ทั้งในรูปแบบของสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยได้รวบรวมบันทึกไว้ใน ห้องสมุด ศูนย์ข้อมูล ศูนย์สารสนเทศ เพื่อประกอบการวินิจฉัย การวางแผน เพื่อการศึกษาวิจัย และพัฒนาอาชีพ ของบุคคลทุกวงการ

6.3. ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ

6.3.1. วัสดุตีพิมพ์/สื่อสิ่งพิมพ์ (Printed Materials)

6.3.1.1. วัสดุที่ใช้อักษร ข้อความ เป็นสื่อในการบันทึกหรือถ่ายทอดสารสนเทศ

6.3.1.2. เทคนิคการพิมพ์การเขียนลงบนวัสดุชนิดต่างๆ

6.3.1.3. หนังสือ วารสาร นิตยสาร หนังสือ จุลสาร กฤตภาค

6.3.2. วัสดุไม่ตีพิมพ์ (Non-printed Materials)

6.3.2.1. วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ

6.3.2.2. บันทึกถ่ายทอดสารสนเทศโดยอาศัยภาพและเสียง

6.3.2.3. อาจมีหรือไม่มีตัวอักษรประกอบ

6.3.2.4. บางประเภทอาจไม่สามารถอ่านข้อมูลจากว

6.3.2.5. โสตทัศนวัสดุ วัสดุย่อส่วน วัสดุอิเล็กทรอกนิกส์

7. ความสำคัญ บทบาท คุณค่าของสารสนเทศ

7.1. พฤติกรรมสารสนเทศ

7.1.1. ระดับความต้องการสารสนเทศ

7.1.1.1. ที่เกิดจากสัญชาตญาณ

7.1.1.1.1. มีความต้องการ

7.1.1.2. ที่ตระหนักได้

7.1.1.2.1. รู้ว่าตนเองต้องการอะไร แต่ยังไม่สามารถแสดงออกมาได้ชัดเจน

7.1.1.3. ที่แสดงออก

7.1.1.3.1. เกิดเมื่อมีข้อข้องใจ/วัตถุประสงค์บางประเภท

7.1.1.4. ที่ปรับตามระบบสารสนเทศ

7.1.1.4.1. เชื่อมโยงความต้องการสารสนเทศเข้ากับทรัพยากรสารสนเทศแต่ละชนิดได้

7.1.2. วัตถุประสงค์ของความต้องการและการใช้สารสนเทศ

7.1.2.1. เพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น

7.1.2.2. เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ

7.1.2.3. เพื่อศึกษาและพัฒนาทั้งในส่วนตัวและสังคม

7.1.3. ลักษณะสารสนเทศที่บุคคลต้องการใช้

7.1.3.1. ได้มาด้วยความสะดวก

7.1.3.2. เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้

7.1.3.3. มีลักษณะสอดคล้องกับค่านิยม ความเชื่อ และทัศนคติของบุคคล

7.1.4. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแสวงหาและการใช้สารสนเทศ

7.1.4.1. ด้านอาชีพและหน้าที่การงาน

7.1.4.2. ด้านลักษณะทางประชากร

7.1.4.3. ด้านลักษณะทางจิตวิทยา

7.1.4.4. ด้านสารสนเทศ

7.1.5. ความต้องการสารสนเทศ

7.1.6. พฤติกรรมการแสวงหาสารสนเทศ

7.1.6.1. การตั้งใจที่ตนมิได้ริ่เริ่ม (Passive Rttention)

7.1.6.1.1. เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

7.1.6.2. การค้นที่ตนริเริ่ม (Active Search)

7.1.6.3. การค้นโดยตนมิได้ริเริ่ม (Passive Search)

7.1.6.4. การค้นที่ดำเนินการอยู่ (Ongoing Search)

7.1.7. กระบวนการแสวงหาสารสนเทศ

7.1.7.1. เข้าใจและให้นิยามปัญหา

7.1.7.2. ตระหนักและยอมรับปัญหาสารสนเทศ

7.1.7.3. เลือกระบบค้นหาสารสนเทศ

7.1.7.4. คิดสูตรการค้น

7.1.7.5. การค้นหาสารสนเทศ

7.1.7.6. ตรวจสอบผลลัพธ์

7.1.7.7. กลั่นกรองสารสนเทศ

7.1.7.8. ย้อนกลับ/ย้ำ/หยุด

7.1.8. พฤติกรรมการค้นหาสารสนเทศ

7.1.8.1. ความต้องการสารสนเทศ

7.1.8.1.1. แหล่งสารสนเทศที่ใช้ค้น

7.2. ความสำคัญของสารสนเทศ

7.2.1. การดำรงชีวิตประจำวัน

7.2.1.1. ทุกคนล้วนแต่อาศัยสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ

7.2.2. สังคม

7.3. อุปสรรคและปัญหาของการแสวงหาสารสนเทศ

7.3.1. ตัวผู้แสวงหาสารสนเทศ

7.3.2. วิธีการและกระบวนการแสวงหาสารสนเทศ

7.4. บทบาทของสารสนเทศ

7.4.1. ด้านการค้า

7.4.1.1. การดำเนินการค้าขึ้นอยู่กับการเผยแพร่สารสนเทศ

7.4.2. ด้านการศึกษา

7.4.2.1. เพื่อการศึกษาของคนในประเทศเป็นหลัก

7.4.3. ด้านการเมืองการปกครอง

7.4.3.1. ส่งเสริมระบอบการเมืองภายในประเทศ

7.4.4. ด้านอุตสาหกรรม

7.4.4.1. ในประเทศที่กำลังพัฒนาสารสนเทศมีความสำคัญ

7.4.5. ด้านวัฒนธรรม

7.4.5.1. บทบาทเกี่ยวข้องกับสภาพสังคมและวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

7.5. ประโยชน์ของสารสนเทศ

7.5.1. ลดอัตราการตายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

7.5.2. ช่วยให้ประชาชนเป็นผู้บริโภคอย่างฉลาด

7.5.3. พัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน

7.5.4. ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ

7.6. คุณค่าของสารสนเทศ

7.6.1. สารสนเทศที่ได้มานั้นจะมีคุณค่าต่อการใช้หรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 ประการ

7.6.1.1. เวลา

7.6.1.2. ความถูกต้อง

7.6.1.3. ความครบถ้วน

7.6.1.4. ความต่อเนื่อง

7.6.2. คุณสมบัติที่สำคัญในการวัดค่าสารนสเทศ

7.6.2.1. สามารถเข้าถึงได้

7.6.2.2. ความครบถ้วน

7.6.2.2.1. ความเหมาะสม

7.6.2.3. ความถูกต้องเที่ยงตรง

7.6.2.4. ความทันเวลา

7.6.2.5. ความชัดเจน

7.6.2.6. ความยืดหยุ่น

7.6.2.7. ความสามารถในการพิสูจน์ได้

7.6.2.8. ความซ้ำซ้อน

7.7. พัฒนาการของสารสนเทศ

7.7.1. คลื่นยุคที่ 1

7.7.1.1. ยุควัติทางการเกษตรกรรม Agricultural Revolution

7.7.2. คลื่นยุคที่ 2

7.7.2.1. ยุควัติทางอุตสาหกรรม Industrial Revolution

7.7.3. คลื่นยุคที่ 3

7.7.3.1. ยุคเทคโนโลยีระดับสูง High Technology Civilization

8. ประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

8.1. ข้อมูลสารสนเทศสู่การพัฒนาความรู้

8.1.1. สังคมเกษตรกรรม

8.1.1.1. ยุคการแข่งขันกับธรรมชาติ

8.1.2. สังคมอุตสาหกรรม

8.1.2.1. ยุคการแข่งขันกับธรรมชาติที่มนุษย์ได้เข้าไปปรุงแต่ง

8.1.3. สังคมข่าวสาร

8.1.3.1. ยุคการแข่งขันระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง

8.2. ความรู้

8.2.1. สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษาเล่าเรียน

8.2.2. การค้นคว้าหรือประสบการณ์

8.2.3. ความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะความเข้าใจ

8.2.4. ประเภทของความรู้(Knowledge)

8.2.4.1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในสมอง

8.2.4.2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง

8.2.4.3. ความรู้ที่เกิดจากวัฒนธรรม

8.3. กระบวนการจัดการความรู้

8.3.1. ประกอบด้วย

8.3.1.1. การแสวงหาความรู้

8.3.1.2. การสร้าง

8.3.1.3. การจัดเก็บ

8.3.1.4. การถ่ายทอด

8.3.1.5. การนำความรู้ไปใช้งาน

8.4. เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้

8.4.1. เทคโนโลยีการสื่อสาร

8.4.2. เทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานร่วมกัน

8.4.3. เทคโนโลยีการจัดเก็บ

8.4.4. สังคมเครือข่าย

8.5. บทบาทสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

8.5.1. บทบาทสำคัญของ ICT

8.5.1.1. การศึกษา

8.5.1.2. การดำรงชีวิตประจำวัน

8.5.1.3. การดำเนินธุรกิจ

8.5.1.4. ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

8.5.1.5. ด้านการเกษตร

8.5.1.6. ด้านการเงินธนาคาร

8.5.1.7. ด้วนความมั่นคง

8.5.1.8. ด้านวิศวกรรม

8.5.1.9. ด้านสถาปัตยกรรม

8.5.1.10. ด้านการพาณิชย์

8.5.1.11. ด้านอุตสาหกรรม

8.6. ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการจัดการความรู้

8.6.1. เทคโนโลยีกับการจัดการความรู้

8.6.2. การประยุกต์ใช้กับงานด้านการศึกษา

8.6.2.1. การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

8.6.2.2. การศึกษาทางไกล

8.6.2.3. การประชุมทางไกล

8.6.2.4. เครือข่ายการศึกษา

8.6.2.5. การใช้ห้องสมุด

8.6.2.6. การใช้ในงานประจำและงานบริหาร

8.6.3. ช่วยในการรวบรวมองค์ความรู้ที่กระจัดกระจาย